2007/Mar/11

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

คังดงวอน ตี๋น่ารัก

2007/Mar/10

"วิวาห์ปูทะเลยักษ์"

นอกจากจังหวัดตรังจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป สำหรับการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทร
ในช่วงวันวาเลนไทน์ หรือเทศกาลแห่งความรักของทุกๆ ปีแล้ว ยังมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีลักษณะการจัดงานคล้ายกัน และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เข้าร่วมไม่น้อย

ต้องถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะเจ้าภาพก็คือ นายอารี วงศ์อารยะ รมว.หาดไทย ที่อุตส่าห์เดินทางมากระทำพิธีวิวาห์ให้กับ "ปูทะเลยักษ์" โดยปูยักษ์ฝ่ายเจ้าบ่าวนั้น มาจากจังหวัดกระบี่ มีขนาด 19 เซนติเมตร หนัก 2 กิโลกรัม

ส่วนปูยักษ์ฝ่ายเจ้าสาว เป็นเจ้าถิ่นชาวตรัง มีขนาดใหญ่กว่าคือ 20.1 เซนติเมตร แต่หนักเท่ากันคือ 2 กิโลกรัม

"วัตถุประสงค์เพื่อขยายพันธุ์ปูทะเล"

โดยปูยักษ์ฝ่ายเจ้าบ่าว
ได้มาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดกระบี่ ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับได้ เมื่อประมาณปลายปี 2547 หรือช่วงที่เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ และเห็นว่าปูตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก จึงนำมามอบให้กับทางศูนย์ เพื่อทำการขยายพันธุ์

ส่วนปูยักษ์ฝ่ายเจ้าสาว ได้มาจากชาวประมงพื้นบ้าน พื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงนำมามอบให้กับนายประสาน ทุ่ยอ้น อาจารย์โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ และได้นำมามอบต่อให้กับทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตรัง เพื่อทำการขยายพันธุ์ต่อไปเช่นเดียวกัน

นายสุภาพ ไพรพนาพงศ์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตรัง บอกถึงที่มาของการจัดงานวิวาห์ "ปูทะเลยักษ์" ว่า เพื่อเป็นการสร้างบ้านให้ปูทะเล และเป็นการขยายพันธุ์ปูทะเล ซึ่งถือเป็นสัตว์ที่เริ่มจะหายากในยุคปัจจุบันนี้

"คาดว่าลูกปูที่ได้จะนำไปปล่อยคืนตามแหล่งน้ำธรรมชาติ"

ปกติปูทะเลจะมีการผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี
แต่ในระยะการอนุบาลนั้นจะเป็นช่วงที่ทำได้ยาก ซึ่งต้องมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ขณะนี้ปูทั้งคู่อยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดตรัง และคาดว่าไม่เกิน 6 เดือนนี้ปูยักษ์ฝ่ายเจ้าสาวน่าจะตั้งท้องและฟักไข่

จากนั้นจะต้องอนุบาลให้มีขนาด 1-2 เซนติเมตร ถึงจะสามารถปล่อยให้ไปอยู่ตามธรรมชาติได้

สำหรับลูกปูยักษ์รุ่นแรกที่เกิดจากเจ้าบ่าว-เจ้าสาวคู่นี้ จะมีการนำไปปล่อยในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง แหล่งที่มาของแม่ปูยักษ์ และบางส่วนจะนำมอบคืนให้กับจังหวัดกระบี่ บ้านเกิดของพ่อปูยักษ์ แต่หากยังคงเหลือลูกปูยักษ์ที่อนุบาลแล้วมีความแข็งแรง ก็จะมีการนำไปปล่อยเพิ่มในพื้นที่ป่าชายเลนที่เหมาะสม เพื่อเป็นการคืนพันธุ์ปูทะเลสู่ธรรมชาติต่อไป

โดย : ซาโตชิ โพสเมื่อ [ วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2550 เวลา 09:57 น.]125.24.236.121   http://tnews.teenee.com/admin/news/news_add.html

2007/Mar/10

ประเภทศิลปวัฒนธรรม

ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุสถาน และศาสนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้น ตามวัตถุประสงค์ และเพื่อประโยชน์ของมนุษย์เอง ทั้งที่เป็นมรดกทางอดีต และที่ได้สร้างขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งมักมีลักษณะเป็นวัตถุ พื้นที่ และสิ่งก่อสร้าง แต่มีผลดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ ปราสาทหิน พระราชวัง ( วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย )

ประเภทวัฒนธรรม

ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรมประเพณี และกิจกรรม ซึ่งเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวในรูปของประเพณีท้องถิ่น เป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสังคม และประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีผลต่อการดึงดูดใจในการท่องเที่ยว เช่น ประเพณีชาวเขา ประเพณีบุญบั้งไฟ งานช้างสุรินทร์ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ข้อควรปฏิบัติของนักท่องเที่ยว

1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ควรศึกษาเกี่ยวกับภูมิประเทศ สถานที่ตั้ง เส้นทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการจัดเตรียมสัมภาระที่จำเป็น เพื่อจะปฏิบัติได้ถูกต้อง

2. ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ มรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดมลภาวะเช่น การขีดเขียน ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ทิ้งขยะ หรือส่งเสียงรบกวนผู้อื่น

3. ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ควรปฏิบัติตนให้อยู่ในกฎระเบียบของกลุ่มอย่างเคร่งครัด โดยเชื่อฟัง และทำตามคำแนะนำของมัคคุเทศน์ ตรงต่อเวลา ไม่ทำตนให้ที่รบกวนต่อหมู่คณะ ควรมีจิตสำนึกในการระมัดระวังตนเอง ในระหว่างการเดินทาง